google search

Google

สามารถแสดงความคิดเห็นได้ที่นี่เลย

clock

ปฏิทิน

เทคโนโลยีทันสมัย

ภาพถ่ายนักเรียนน่ารักๆ-วัยรุ่น-นักศึกษา-นางแบบ-ดารา

สาวสวยเซ็กซี่-สาวน่ารัก

วิทยาศาสตร์

รูปแปลก-ภาพแปลก-ภาพขำขำ

เรื่องน่ารู้ทั่วไป

สัตว์บก-สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ -สัตว์น้ำ -สัตว์ปีก -สัตว์เลื้อยคลาน -สัตว์ในวรรณคดี

BlogRoll

7 สิ่งมหัศจรรย์ยุคกลาง

7 สิ่งมหัศจรรย์ยุคปัจจุบัน

จระเข้ประหลาดในยุคครีเตรเซียส

Miami : สวรรค์...หรือดินแดนอาชญากรรม

ไขปริศนาปลาพญานาค

7 สิ่งมหัศจรรย์ยุคโบราณ

การกลับมาของ "อเล็กเซย์" เมื่อราชวงศ์โรมานอฟได้คืนชีพ ?!

ปลาหมึกยักษ์ อสูรร้ายใต้สมุทร

แกะปมปริศนาลำแสงมรณะของอาร์คิมิดีส

ความเชื่อในสิ่งลึกลับ : หมอผีวูดู

นอสตราดามุส ผู้หยั่งรู้ฟ้าดิน

The Witch Hunts : การล่าแม่มด

ตำนานแม่มดแห่งเมือง Blair

flag

free counters

เรียวมะ ซาคาโมโต : บุรุษทรนง

ยอดชู้รักแห่งประวัติศาสตร์

ตำนานมนุษย์หมาป่า

สยามประเทศ ก่อนปรากฏบนแผนที่โลก

การกลับมาของโรคระบาด

ตามหา"ไอ้ตีนโต" มนุษย์วานรดึกดำบรรพ์

มหันตภัยธรรมชาติในอนาคต

มังกรมีจริงหรือเพียงแค่ตำนาน ?

สูตรลึกลับของเครื่องดื่ม โคคา-โคล่า

ปริศนารูปถ่ายของยูนิคอร์น

ภาพถ่ายวิญญาณจากต่างแดน

ภาพถ่ายวิญญาณ (ภาค2)

ภาพถ่ายศพนางเงือก

ปริศนาสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า

ภาพถ่ายวิญญาณ

เรื่องสยองที่ abac

ภาพถ่ายวิญญาณของไทย

ผีในการท่องเที่ยว

ซุปเด็กสุดสยอง

สิ่งก่อสร้างที่น่ามหัศจรรย์ของโลก

ตัวอะไรเนี่ย

photo หน้า...น่าเกลียด

15 โรงแรมแปลก แหวกแนวสุดยอด

''โคลอสเซียม'' : สังเวียนแห่งความตาย

1 วัน ไม่ได้มี 24 ชั่วโมง ( A day is 23 hours 56 minutes 4 seconds )

"นาซ่า"มั่นใจดาวอังคาร เคยมีน้ำ-เดินหน้าหาสิ่งมีชีวิต

ว่าด้วยเรื่องแปลกๆ ของไก่

เปิดตำนานกรุสมบัติวัดราชบูรณะ

อาถรรพณ์ปูโสม : วิญญาณเฝ้าทรัพย์

นักเล่านิทานบันลือโลก

มัมมี่แห่งศตวรรษที่ 21

ไดโนเสาร์สูญพันธุ์เพราะเหตุใด ?

ผู้ติดตาม

friend

วันพุธที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2553

มีชายอยู่ 2 คน นั่งคุยกันที่สวนสาธารณะ
นายดำ:ข้ามีเรื่องจะเล่าให้ฟังว่ะ มึงอยากฟังมั๊ย

นายแดง:ฟังก็ฟังวะ

นายดำ:มีสามภรรยาคู่หนึ่ง ชอบทะเลาะกัน

วันหนึ่งภรรยาให้สามีไปซื้อผงซักฟอกให้ แต่สามี ซื้อน้ำยาล้างจานมา
ภรรยาเลยถามว่า ทำไมเอ็งซื้อน้ำยาล้างจานมาวะ
สามีตอบว่า มีหน้าที่ซัก ซักไป
ต่อมา ภรรยาคิดแก้แค้น ในคืนวันที่สองเลยให้กินข้าวเปล่า ไม่มีกับ
สามีถามว่า กับข้าวล่ะ ภรรยาตอบ อย่าเรื่องมาก มีหน้าที่กิน กินไป
พอต่อมาวันที่สี่......

นายแดง:เฮ้ยวันที่ 3 ล่ะวะ ไปไหน

นายดำ:มีหน้าที่ฟังๆไป
พ่อค้าอินเดีย เห็นพ่อค้าไทยกินกุ้งแล้วเอาเปลือกทิ้ง

พ่อค้าอินเดีย ..".โอ้อีนี้อินเดียไม่ทิ้งหนา เอาเปลือกกุ้งไปบดๆๆ ทำข้าวเกรียบกุ้งใส่ถุง ส่งมาขายไทย "

พ่อค้าไทย " อ้อเหรอ (แล้วขณะที่กินส้มโอ พ่อค้าไทยก็เอาเปลือกทิ้ง) "

พ่อค้าอินเดีย .." โอ้อีนี้ที่อินเดียไม่ทิ้งหนา เอาเปลือกส้มโอ เข้าโรงงานแพ็คใส่ถุง ส่งมาขายไทย "

พ่อค้าไทย..อ๋อเหรอแล้วหยิบหมากฝรั่งมาเคี้ยวเสร็จแล้วคายทิ้ง "

พ่อค้าอินเดีย ..". อ้ออีนี้ที่อินเดียไม่ทิ้งหนา เก็บส่งโรงงาน ทำถุงยางอนามัย อีนี่ใช้ดีมากๆ หนา "

พ่อค้าไทย ..." ถุงยางใช้แล้วเอาไปทำอะไร "

พ่อค้าอินเดีย ..." โอ้อีนี่สกปรก เหม็น ใช้แล้วทิ้งไปเลย "

พ่อค้าไทย ...". แต่ที่เมืองไทยไม่ทิ้งน่ะ "

พ่อค้าอินเดีย..." ไม่ทิ้ง อีนี่จะเอาไปทำอาราย "

พ่อค้าไทย ..." อีนี่จะเอาไปทำหมากฝรั่ง แพ็คใส่ถุง ส่งไปขายอินเดีย"
นักบวช 2 คนซ้อนมอเตอร์ไซต์เข้าเมือง
ตำรวจทางหลวงเรียกให้จอดเพื่อตักเตือนที่ขับรถเร็ว



"หลวงพ่อขับช้าๆ หน่อยนะครับ มันอันตราย"



"ไม่เป็นไรหรอก พระเจ้ามากับเราด้วย"



"อ้าว! ถ้างั้นผมต้องออกใบสั่งให้หลวงพ่อ
ข้อหาซ้อนสามแล้วล่ะครับ"
ลูกสาวกลับมาบอกผลการสอบให้พ่อฟัง
"หนูสอบได้ 100 คะแนนค่ะ"


"เหรอ เก่งจริงๆ วิชาอะไรล่ะ"


"คณิตศาสตร์ 20
วิทยาศาสตร์ 30
แล้วก็ภาษาไทย 50 ค่ะ"
นักโทษสามคนกำลังจะถูกนำตัวไปประหารชีวิต
เจ้าหน้าที่ก็มาถามว่าก่อนตายทั้งสามต้องการกิน
อะไรเป็นมื้อสุดท้าย

"ผมอยากกินพิซซ่า"
คนแรกตอบ เขาได้กินพิซซ่าจานโตและถูกนำตัวไปประหาร

"ผมอยากกินไก่ทอดเคเอฟซี"
คนที่สองบอก เขาได้กินไก่ทอดเคเอฟซีรสเข้มข้นแล้วก็ถูกนำตัวไปประหาร



"ผมอยากกินบัวหิมะพันปี" คนที่สามบอก



"แต่นี่ยังไม่ถึงเวลาบัวหิมะพันปีออกนะ"
เจ้าหน้าที่บอก



"ไม่เป็นไรครับ ผมรอได้........
สาวสวยไปนั่งชมกีฬา หนุ่มที่นั่งใกล้ๆ
เธอสังเกตเห็นว่าข้างสาวสวยมีที่นั่งว่างอยู่

"เพื่อนไม่มาหรือครับ" เขาถาม


"ที่นั่งสามีฉันค่ะ เรามาดูกีฬาด้วยกันเป็นประจำ
แต่ตอนนี้เขาเสียชีวิตไปแล้ว" เธอตอบ

"เสียใจด้วยครับที่เสียสามีไป" ชายหนุ่มเห็นใจ
"แล้วไม่มีใครมาเป็นเพื่อนคุณเลยหรือครับ"


"ไม่มีค่ะ พวกเขาติดงานฝังศพสามีฉันกันอยู่"
หญิงสาวอายุ 16 เข้าไปสารภาพผิดกับบาทหลวง

หญิงสาว : " หลวงพ่อขา เมื่อวานหนูพูดคำไม่สุภาพกับผู้ชายคนหนึ่งคะ
หนูด่าเขาว่า ไอ้สารเลว ค่ะ"

บาทหลวง : " ทำไมหนูถึงไปว่าเขาแบบนั้นล่ะ"

หญิงสาว : " เขาจับมือหนูโดยไม่ได้รับอนุญาติค่ะ"

บาทหลวง : " อย่างนี้เหรอ " (พูดแล้วก็จับมือหญิงสาว)

หญิงสาว : " ใช่ค่ะ หลวงพ่อ"

บาทหลวง : " เรื่องแค่นี้ไม่น่าถึงกับต้องด่าเขานี่"

หญิงสาว : " แต่เขาจับหน้าอกหนูด้วยนะคะ หลวงพ่อ"

บาทหลวง : " อย่างนี้เหรอ " (พูดแล้วก็จับหน้าอกหญิงสาวด้วย)

หญิงสาว : " ใช่ค่ะหลวงพ่อ แบบนี้เลยค่ะ"

บาทหลวง : " ก็ยังไม่มีเหตุผลพอที่จะด่าเขาอยู่ดีนั่นแหละ"

หญิงสาว : "นอกจากนั้นแล้ว เขายังถอดเสื้อผ้าหนูด้วยนะคะ"

บาทหลวง : (น้ำลายหก) "อย่างนี้เหรอ" (ว่าแล้วก็จัดแจงถอดเสื้อผ้าเธอ)

หญิงสาว : "ใช่ค่ะหลวงพ่อ"

บาทหลวง : (แสร้งทำหน้าเครียด) " มันชักจะมากไปหน่อยแล้วนะ แต่หนูก็ยังไม่ควรว่าเขาอยู่ดี"

หญิงสาว : "แต่เขาก็เอาใส่เข้าไปในของหนูด้วยนะคะหลวงพ่อ"

บาทหลวง : (ได้โอกาส รีบเอาของตัวเองใส่เข้าไปบ้าง) "อย่างนี้เหรอออออออออ"

หญิงสาว : "ใช่ค่ะหลวงพ่อ" (หญิงสาวตอบเสียงสั่น)

บาทหลวง : (ทำตาลอย เคลิบเคลิ้ม) "เธอก็ยังไม่ควรด่าเขาว่าไอ้สารเลวอยู่ดี นั้นแหละ"

หญิงสาว : "แต่เขาเป็น เอดส์นะคะ"

บาทหลวง: ไอ้สารเลว !!!!
ส่วนผสม
หมูแฮม (หั่นแผ่นบาง) 250 กรัม
เห็ดเข็มทอง 150 กรัม
หน่อไม้ฝรั่ง 100 กรัม
ซอสมะเขือเทศ 50 กรัม
น้ำซุปไก่ 100 กรัม
ซีอิ๋วขาว 10 กรัม
เนย 50 กรัม
แป้งผสมเนย 5 กรัม
เกลือ 5 กรัม
พริกไทยดำ 3 กรัม
ผงปรุงรส 5 กรัม
หอมแดง
ไม้เสียบลูกชิ้น

วิธีทำ
1. ห่อเห็ดเข็มทองและหน่อไม้ฝรั่งด้วยหมูแฮม และเสียบไม้ลูกชิ้น แล้วนำไปทอดให้สุก
2. ทำน้ำซอส โดยนำกระทะตั้งไฟร้อนพอประมาณ ใส่เนย หอมแดง ผัดให้หอม ใส่ซอสมะเขือเทศ
3. น้ำซุปไก่ ซีอิ๋วขาว เคี่ยวให้ซอสลดลงครึ่งหนึ่ง
4. ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย และผงปรุงรส ใส่เนยแล้วคนให้ทั่วจนซอสเนียน
5. เทราดบนหมูแฮม พร้อมเสิร์ฟ
เครื่องปรุง
เนื้ออกไก่หรือสันในไก่ 500 กรัม
ลูกกระวานเทศ 2 เม็ด
โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย
ขิงขูดละเอียด 1 ช้อนชา
น้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะ
หอมใหญ่สับ 1 หัว
เกลือสมุทร 1/4 ช้อนชา
พริกไทยดำป่น 1/4 ช้อนชา
เมล็ดอัลมอนด์ หั่นแท่งยาวอบ 1/4 ถ้วย

วิธีทำ
1. ล้างเนื้อไก่ หั่นเป็นชิ้นพอคำ ใส่ลงในอ่างผสม พักไว้

2.ทุบลูกกระวานให้แตกเอาเมล็ดด้านในคั่วกระทะด้วยไฟอ่อนพอหอม ปิดไฟ นำไปโขลกพอแตกและมีกลิ่นหอม ใส่ถ้วยเตรียมไว้

3. ผสมโยเกิร์ต เมล็ดลูกกระวานเทศที่คั่ว และขิง เข้าด้วยกันในอ่างผสม พักไว้

4. ผัดหอมใหญ่ในกระทะน้ำมันด้วยไฟอ่อนจนสุกนุ่ม ใส่เนื้อไก่ลงผัดจนเหลืองและมีสีน้ำตาลเล็กน้อย ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย ผัดพอทั่ว เติมน้ำ เคี่ยวนานประมาณ 20-25 นาที หรือเนื้อไก่สุกนุ่มและน้ำงวดลง ปิดไฟ
5. ใส่โยเกิร์ตที่ทำลงในหม้อไก่ คนให้เข้ากัน ตักใส่จาน ตกแต่งด้วยพาร์เลย์หรือผักกาดคอส โรยอัลมอนด์ เสิร์ฟ
นำหอยเชลล์มาเพิ่มรสชาติให้เปรี้ยว หวาน กลมกล่อม ด้วยนำสลัดผลไม้รสเปรี้ยวสูตรสุขภาพ



ส่วนผสม

หอยเชลล์ ประมาณ 10-12 ตัว
หอมหัวใหญ่หั่นสี่เหลี่ยมเล็ก 2 ช้อนโต๊ะ
มะเขือเทศหั่นสี่เหลี่ยมเล็ก 2 ช้อนโต๊ะ
ผลไม้รสเปรี้ยว เช่น ส้มโอ สับปะรด ชมพู่ มะเฟือง หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็กให้เท่ากัน จำนวนพอเหมาะ
ใบสะระหน่หั่นฝอย
น้ำมันมะกอก 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำส้มคั้น 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
น้ำส้มสายชูแอ็ปเปิ้ลไซเดอร์ 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
นำตาล 1/4 ช้อนชา
เกลือเล็กน้อย
วิธีทำ

จี่หอยเชลล์ในกระทะทอด (ใช้น้ำมันน้อยและต้องรอให้กระทะร้อนก่อน) จนสุก ตักขึ้นพักไว้
ผสมส่วนผสมน้ำสลัดและตีให้เข้ากัน ชิมรส และค่อยๆใส่ผลไม้ลงไปคลุกอย่างเบามือ ใส่ใบสะระแหน่หั่นฝอย
เรียงหอยเชลล์ลงบนจาน ตักน้ำสลัดราดให้สวยงาม
Tips


ถ้าหอยเชลล์ไม่สด แช่นมสดไว้สักครู่หนึ่ง




นิตยสาร Health & Cuisine
ส่วนผสม

หน่อไม้ฝรั่งหั่นเป็นชิ้นเล็ก 1 1/2 ถ้วย
หอมหัวใหญ่สับละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
เนย 1 ช้อนโต๊ะพูน
เนื้อกุ้งหั่นเป็นชิ้นเล็ก 1/2 ถ้วย
น้ำเปล่าประมาณ 1 1/2 ถ้วย
เนื้อปูนึ่งสุก 1/4 ถ้วย
วิปปิ้งครีม 2 ช้อนโต๊ะ
เกลือ พริกไทยอย่างละเล็กน้อย
วิธีทำ

ลวกกุ้งใช้น้ำเดือดจนสุก ตักเนื้อกุ้งขึ้นและเก็บน้ำนี้ไว้
ผัดหอมหัวใหญ่กับเนยจนสุกใส (ใช้ไฟอ่อน) ใส่หน่อไม้ฝรั่งที่หั่นไว้ ผัดสักครู่แล้วเติมน้ำที่ต้มกุ้ง ต้มจนเดือดและหน่อไม้ฝรั่งสุก นำไปปั่นจนละเอียดปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย ใส่เนื้อกุ้งและปู ก่อนยกขึ้นใส่วิปปิ้งครีม รับประทานร้อนๆ



นิตยสาร Health & Cuisine
ส่วนผสม

sparking wine 1 ขวดเล็ก
ทับทิม กีวี หรือผลไม้อื่นๆตามชอบ
วิธีทำ

แช่ไวน์ในช่องแช่แข็งจนแข็ง นำมาปั่นในเครื่องปั่นให้ละเอียด ตักใส่ถ้วยให้สวยงาม โรยเม็ดทับทิม กีวี ตกแต่งให้สวยงามหรือผลไม้อื่นตามชอบ



Tips

Sparkling Wine สปาร์กลิ้งไวน์ เป็นไวน์ประเภทมีฟองมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซน์เจือผสม ไวน์ประเภทนี้ที่รู้จักกันดี คือ แชมเปญ ไวน์เป็นสุราชนิดหนึ่งที่หมักจากองุ่น ถ้าจะใช้ผลไม้อื่น ๆ ก็ได้ เช่น แอปเปิ้ล ส้ม เวลาเรียกจะต้องเรียกชื่อผลไม้ด้วย เช่น ไวน์แอปเปิ้ล ไวน์ส้ม ไวน์กระเจี๊ยบ ไวน์ลิ้นจี่ เป็นต้น




คติธรรมของหลวงปู่เสาร์ กันตสีโลวัดบูรพาราม จ.อุบลราชธานี ...วิปัสสนานี้มีอานิสงส์ใหญ่ยิ่งกว่าทาน ศีล พรหมวิหาร......ภาวนาย่อมทำให้ผู้เจริญนั้นมีสติ...ไม่หลงเมื่อทำการกิริยา......มีสุคติภพคือมนุษย์และโลกสวรรค์เป็นไปในเบื้องหน้า......หากยังไม่บรรลุผลทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพาน......ถ้าอุปนิสัยมรรคผลมีก็ย่อมทำให้ผู้นั้นบรรลุมรรคผล......ทำให้แจ้งซึ่งพระนิพพานได้ในชาตินี้นั่นเทียว... ...อนึ่งยากนักที่ที่จะได้เกิดเป็นมนุษย์คือต้องตั้งอยู่ในธรรมของมนุษย์คือ......ศีล5 และกุศลกรรม10...จึงจะได้เกิดเป็นมนุษย์...ชีวิตที่เป็นมานี้......ก็ได้ด้วยยากยิ่งนักเพราะอันตรายชีวิตทั้งภายในและภายนอกมีต่างๆ......การได้ฟังธรรมของสัตตบุรุษคือ พระสัมมาสัมพุทธเจ้านี้ก็ได้ด้วยยากยิ่งนัก......เพราะการลที่ว่างเปล่าอยู่ ไม่มีพระพุทธเจ้าเกิดขึ้นในโลกสักครั้งสักคราวหนึ่ง......เหตุนั้นเราทั้งหลายพึงอยู่ด้วยความไม่ประมาทเถิด......อย่าให้เสียที...ที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนานี้เลย...
ขอบคุณลานธรรมจักร
ประโยชน์ของสมาธิ
----------------------------

1. ถ้าท่านเป็นคนที่มีธุรกิจท่วมหัว สมาธิจะช่วยให้ท่านกำจัดความเครียด และสามารถผ่อนคลายได้มาก

2. ถ้าท่านเป็นคนวิตกจริต สมาธิสามารถช่วยท่านระงับความวิตกกังวล และสามารถทำให้ท่านพบกับความสงบสุขอย่างถาวร หรือไม่อย่างน้อยก็เป็นคราวๆ ไป

3. ถ้าท่านเป็นคนที่มีปัญหาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด สมาธิจะช่วยให้ท่านเกิดกำลังใจ และความเข้มแข็งที่จะเผชิญ หรือเอาชนะปัญหาต่างๆ ได้

4. ถ้าท่านขาดความมั่นใจในตัวเอง สมาธิสามารถช่วยท่านให้เกิดความมั่นใจในตัวเองขึ้นมาได้อย่างมหัศจรรย์ และความเชื่อมั่นในตัวเองนี้เป็นความลับนำไปสู่ความสำเร็จ

5. ถ้าท่านรู้สึกไม่พอใจในทุกๆ สิ่ง บรรดามี และรู้สึกว่าไม่มีอะไรเลยในชีวิตที่ดูเหมือนว่าท่านจะพอใจ สมาธิจะให้โอกาสแก่ท่านในการที่จะพัฒนา และรักษาความพอใจไว้ภายในใจได้

6. ถ้าท่านเป็นคนขี้สงสัย และไม่สนใจในศาสนา สมาธิสามารถช่วยท่านให้ข้ามพ้นจากความเป็นคนขี้สงสัย และมองเห็นคุณค่าแห่งการปฏิบัติตามคำแนะนำของศาสนาได้อย่างดี

7. ถ้าท่านเกิดความรู้สึกคับข้องใจ และผิดหวังอันเนื่องมาจากขาดความเข้าใจในธรรมชาติของชีวิต สมาธิจะนำท่านและช่วยท่านให้เข้าใจว่าท่านได้ถูกสิ่งที่ไม่จำเป็นต่อชีวิต คือ ความคับข้องในนั้น รบกวนและทำลายเวลาอันมีค่าในชีวิตของท่าน

8. ถ้าท่านเป็นคนรวย สมาธิจะช่วยให้ท่านตระหนักถึงธรรมชาติของทรัพย์สมบัติ และวิธีที่ใช้ทรัพย์ให้เกิดประโยชน์สำหรับความสุขของท่าน ของบุคคลรอบข้างรวมถึงเพื่อนมนุษย์บุคคลร่วมโลก

9. ถ้าท่านเป็นคนยากจน สมาธิจะช่วยให้ท่านมีความพอใจในระดับหนึ่ง และไม่ก่อให้เกิดความอิจฉาบุคคลที่มั่งมีมากกว่าท่าน

10. ถ้าท่านยังหนุ่มแน่นที่เดินมาถึงทางแยกของชีวิต และท่านไม่รู้ว่าท่านควรจะเลี้ยวไปทางไหน สมาธิจะช่วยให้ท่านเข้าใจว่าถนนสายไหนที่ท่านควรเลือกเดิน เพื่อให้ไปถึงจุดหมายปลายทางที่เหมาะสมสำหรับท่าน

11. ถ้าท่านเป็นคนสูงอายุซึ่งรู้สึกเบื่อหน่ายชีวิต สมาธิจะทำให้ท่านเข้าใจชีวิตได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ความเข้าใจชีวิตที่ลึกซึ้งนี้เอง ช่วยให้ท่านบรรเทาความทุกข์ในชีวิต และเพิ่มความสุขของชีวิตให้มากขึ้น

12. ถ้าท่านเป็นคนอารมณ์ร้อน สมาธิจะทำให้ท่านสามารถพัฒนาพลังที่จะเอาชนะข้อเสีย คือ ความโกรธ ความเกลียด และความขุ่นเคืองได้

13. ถ้าท่านเป็นคนขี้อิจฉาริษยา สมาธิจะช่วยให้ท่านตระหนักถึงอันตรายของความอิจฉาริษยา และสามารถลดละความอิจฉาริษยาได้

14. ถ้าท่านตกเป็นทาสของอารมณ์ความรู้สึก สมาธิจะช่วยให้ท่านรู้วิธีที่จะเป็นนายของตัณหา ความอยากเหล่านั้นได้

15. ถ้าท่านติดเครื่องดื่มหรือยาเสพติด สมาธิสามารถทำให้ท่านระหนักถึงวิธีที่จะเอาชนะนิสัยที่เป็นอันตราย ซึ่งทำให้ท่านตกเป็นทาสได้

16. ถ้าท่านเป็นคนปัญญาทึบ สมาธิจะเปิดโอกาสให้ท่านขัดเกลาความรู้จนสามารถนำไปใช้ได้ และเป็นประโยชน์ทั้งแก่ท่าน เพื่อนของท่าน และครอบครัวของท่าน

17. ถ้าท่านได้ปฏิบัติสมาธิอย่างจริงจัง อารมณ์ของท่านจะไม่มีโอกาสทำให้ท่านเป็นคนขุ่นมัว ปัญญาทึบอีกต่อไป

18. ถ้าท่านเป็นคนฉลาดมีปัญญาบริบูรณ์อยู่แล้ว สมาธิจะส่งเสริมให้ท่านได้บรรลุธรรมชั้นสูง และท่านก็จะสามารถมองเห็นสิ่งต่างๆ ตามที่เป็นจริง ไม่ใช่ตามที่มันปรากฏ

19. ถ้าท่านเป็นคนที่มีจิตใจอ่อนแอ สมาธิสามารถทำให้จิตใจของท่านเข้มแข็งขึ้นเพื่อพัฒนาพลังแห่งเจตนา จนสามารถเอาชนะความอ่อนแอของจิตได้ นี้เป็นเพียงคุณประโยชน์บางประการที่เกิดจากการปฏิบัติสมาธิ คุณประโยชน์เหล่านี้ไม่มีขายตามร้านตลาด เงินก็ไม่สามารถจะซื้อได้



ที่มา
ลานธรรมจักร

1. แสดงความเป็นคนจริงใจ
อย่าพูดโกหกหลอกลวงอีก คุณต้องซื่อสัตย์ ต้องบอกว่า ทำไมคุณถึงทำผิดพลาด และคุณได้เรียนรู้อะไรจากสิ่งที่ทำลงไปบ้าง ทำให้เธอเชื่อว่า คุณไม่สามารถอยู่ได้หากไม่มีเธอ

2. ซื้อของขวัญชิ้นพิเศษให้
ควรเลือกของขวัญที่มีความหมายพิเศษ โดยเฉพาะลองหาบางสิ่งบางอย่างที่กระตุ้นให้เธอคิดถึง ช่วงเวลาลึกซึ้งของคุณกับเธอที่มีร่วมกัน เช่น ถ้าคุณรู้ใจว่าเธอชอบอะไรมาก ๆ ก็ให้สิ่งนั้นเป็นของขวัญเธอเลย

3. ชวนเธอออกเดท แล้วสังเกตว่าวันวานยังหวานอยู่ไหม?
ถ้าหลายสิ่งเริ่มลงตัวและทั้งคู่เข้าใจจิตใจกันมากขึ้น ฝ่ายชายควรทำให้เธอเห็นก็คือ คุณเป็นคนโรแมนติกเพียงใด เช่น สร้างบรรยากาศด้วยการชวนเธอเดทเหมือนครั้งเมื่อแรกรัก และชวนให้ระลึกถึงเรื่องดี ๆ ที่ผ่านมา แล้วทำอะไรก็ได้ที่ทำให้เธอมองคุณในทางที่ดีขึ้น

4. ทำตัวดี ๆ ไม่ใช่เกเรหรือปล่อยเนื้อ ปล่อยตัวจนหาความเป็นเทพบุตรไม่เจออีกต่อไป
โดยออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ แต่งตัวให้ดูดี แบบนี้สาวไหนเห็นก็ย่อมอยากกลับไปรักคุณอีก

5. บอกไปตรง ๆ เลยว่า คุณยังรักเธออยู่
ผู้หญิงอยากได้ยินคำสามคำนี้เสมอ ยิ่งได้ยินจากคนที่เธอรักหรือเคยรักด้วยแล้ว มีหรือจะไม่ใจอ่อน

6. สะกิดใจเธอว่า ถ้าไม่กลับมารักกัน เธออาจพลาดอะไรดี ๆ ไปก็ได้
คุณอาจเรียกร้องความสนใจจากเธอ โดยทำให้เธอหึงก็ได้ เผื่อเธอจะชอบคุณใหม่อีกครั้ง หรือไม่ก็อาจจะหมั่นไส้และเกลียดหน้า หาว่าเจ้าชู้ไปเลยก็ได้ เพราะถ้าจะใช้วิธีนี้ก็ควรระวังด้วย

7. ปรับความเข้าใจ
คุณปรับตัวเป็นคนใหม่ และอยากปรับความเข้าใจ แต่อย่าใจร้อน เพราะถ้าขนาดอยากปรับความเข้าใจยังปรับความร้อนรนไม่ได้ ก็น่าคิดเหมือนกันว่าจะกลับไปเป็นแฟนกันอีกทีดีไหม

8. อย่าพูดอย่างทำอย่าง
ถ้าเขาบอกว่ายังรักอยู่ และอยากคืนดี แต่ตัวเองกลับไม่พยายามปรับปรุงตัว ก็ไม่ควรเสี่ยงกับเขาอีก เพราะฉะนั้นอย่าเป็นคนปากอย่างนึง ส่วนการกระทำก็อีกอย่างเลย

9. แสดงให้เห็นว่าคุณเปลี่ยนไปจริง ๆ
การพูดคำว่า “ผมเต็มใจที่จะเปลี่ยนตัวผมเพื่อคุณ” ย่อมเป็นคำพูดที่ดีเยี่ยมสำหรับออดอ้อนคนรัก แต่พูดแล้วก็ควรปฏิบัติด้วย

10. สัญญาว่าจะเป็นคนรักที่ดี
รักกันใหม่แล้วก็ยังทำผิดซ้ำ ๆ ย่อมเสียความรู้สึกเปล่า ๆ ฉะนั้นควรทำให้เธอใจชื้นด้วยการสัญญา ว่าจะเป็นแฟนที่ดีตลอดไป (แต่ต้องทำด้วย) และถ้าหลังจากนี้ยังไม่ดีจริง ๆ ก็ควรทิ้งให้ถาวรไปเลย

ถ้าอยากให้คนรักคืนดีไว ๆ ก็ลองนำวิธีที่แนะนำไปปฏิบัติตามกันได้.
วันนี้..เราอาจรู้สึกผูกพันต่อสิ่งหนึ่ง
จนคิดว่าเราขาดไม่ได้..
แต่เวลาจะทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไป..
สักวันเราจะรู้ว่า..สิ่งที่เราผูกพันในวันนี้.
เป็นแค่ส่วนหนึ่งที่เติมชีวิตเรา
ไม่ใช่..ทั้งหมดของชีวิตเรา...

วันหนึ่ง..หากเรามีโอกาสได้เจอสิ่งที่ถูกใจสิ่งใหม่
ที่เราคิดว่าเราพึงใจ..ปรารถนา..ต้องการ..ขาดไม่ได้
เราก็จะเริ่มผูกพันกับสิ่งใหม่ได้ในเวลาไม่นานนัก...

เมื่อเวลาหนึ่งผ่านไป จะสอนเราได้เองว่า..
ความผูกพันกับสิ่งใด ๆ ในช่วงเวลาหนึ่ง
จะเป็นความสุขในช่วงเวลานั้น ๆ
อย่าได้ไปยึดติด อย่าได้ไปใช้ชีวิตทั้งชีวิตหลุ่มหลง...
คิดเสียว่า.เราโชคดี.ที่มีโอกาสได้ผูกพันกับสิ่งที่เรารัก

ความผูกพัน..ก็เหมือนกับความรัก..
หรืออาจจะเป็นผลพวงที่มาจากความรัก
หากเรารักใครคนใดคนหนึ่งมาก
เราก็จะรู้สึกว่าผูกพันมาก
แต่ความผูกพันที่ว่า.ไม่ได้หมายถึงการหยุดตัวเอง
ไว้กับสิ่งนั้น..เพราะคนทุกคน ย่อมผูกพันกับหลายๆ สิ่ง
เปรียบเสมือนเรามีแก้วน้ำอยู่หนึ่งใบ
ในยามเช้า..เราอาจต้องใช้แก้วใบนี้ดื่มนม
พออากาศร้อนหน่อย..เราอาจต้องการน้ำเย็น ๆ
บางครั้งที่เราไม่สบาย..เราอาจต้องการน้ำอุ่น
ใจเราก็เหมือนกับแก้วน้ำ..ต้องเติมสิ่งต่าง ๆ
ในเวลาที่แตกต่างกัน...ตามความเหมาะสม..
หากเราเติมน้ำเย็นลงไปในแก้วน้ำ
แล้วเติมน้ำร้อนลงไปในทันที.ในแก้วใบเดียวกัน..
เราก็จะพบว่า..แก้วใบนั้น..ก็จะร้าว..แล้วเริ่มแตก

ซึ่งก็เหมือนกับใจเรา..
ความผูกพันต่อสิ่งหนึ่งสิ่งใดในช่วงเวลาหนึ่ง..ไม่ผิด
ถ้าเราค่อย ๆ ปรับใจ ปรับตัวของเราเอง
ให้กลับคืนในเวลาที่ควร
เพราะอย่างน้อยที่สุด..เราก็มีโอกาส..ได้ผูกพัน...
ซึ่งก็เหมือนเราได้มีโอกาส..ได้รัก นั่นเอง

ถ้าคุณมีความสุขที่เห็นเค้าเดินกับคนอื่น
คือ........ความรัก

ถ้าคุณเศร้า เหงา คิดถึงเค้าอยากเจอ พูดคุย
คือ.........ความรัก

ถ้าคุณร้อนรนที่เค้าอยู่กับใคร ๆ ที่ไม่ใช่คุณ
คือ.........ความใคร่ อยากเก็บไว้เป็นเจ้าของคนเดียว

ถ้าคุณเมามาย เค้าลูบหลังไหล่ ดูแล
คือ.........ความรักที่บริสุทธิใจ

ถ้าคุณเมามาย เค้ากอดและสัมผัสร่างกาย
คือ..........ความใคร่จากเค้าของคุณ

ถ้าคุณเข้าหา แต่เค้าหนี...
คือ......... ความใคร่ ที่หมดเยื่อใยแล้ว

ถ้าคุณหนี แต่เค้าวิ่งตามมา
คือ..........ความรักที่ยังไม่มีจุดจบ

ถ้าคุณร้องให้ ให้กับคนที่ไม่มีเยื่อใยในตัวคุณ
คุณคือคนโง่ และบ้า อย่างน่าอาย

แต่ถ้าคุณพอใจ...จงรัก และ มอบความรัก
ให้กับเค้า แม้มันจะไม่กลับมาหาคุณก็ตาม
จงดีใจที่ได้รักซะวันนี้..
ดีกว่าที่จะมานั่งเสียใจในวันหน้า

จงภูมิใจที่มีความใคร่ เสน่หา
เพราะมันจะไม่ย้อนกลับมาหาอีกต่อไป....

มีอยู่ครอบครัวนึงมีลูกชายสามคนกำลังนั่งคิดกันว่า
จะมอบอะไรให้เป็นของขวัญแก่คุณแม่ของพวกเขา

ลูกชายคนโต- พี่จะสร้างบ้านหลังใหญ่ให้แม่อยู่

ลูกชายคนรอง- ฉันจะส่งรถเบ๊นซ์ป้ายแดงพร้อมคนขับให้แม่

ลูกชายคนเล็ก- พี่ๆคงจะจำความรู้สึกของคุณแม่เวลาอ่านคัมภีร์ไบเบิ้ลได้ดี
และพี่ๆก็รู้ว่าแม่สายตาไม่ดีอ่านหนังสือไม่ค่อยเห็น
ดังนั้น ฉันจะส่งนกแก้วซึ่งสามารถท่องคัมภีร์ไบเบิ้ลได้
นกแก้วตัวนี้อยู่ในโบสถ์มา14 ปี
เพียงแต่บอกชื่อบท นกแก้วตัวนี้ก็สามารถท่องบทนั้นทั้งบทออกมาได้

(ว่าแล้วลูกชายทั้งสามก็ส่งของขวัญไปให้คุณแม่ของพวกเขา
.... ต่อมา แม่ก็ตอบจดหมายลูกๆ ทั้งสามว่า...)

แม่บอกลูกคนโตว่า บ้านที่ลูกสร้างให้มันใหญ่โตเกินไป
แม่อยู่แค่ห้องเดียว แต่แม่ต้องทำความสะอาดทั้งหลัง

แม่บอกกับลูกคนรองว่า แม่แก่เกินไปที่จะไปไหนแล้ว
แม่อยู่กับบ้านไม่ค่อยได้ใช้รถเลย

แม่บอกกับลูกคนเล็กอย่างชื่นชมว่า-
ลูกรู้ใจแม่จริงๆว่าแม่ชอบอะไร นกแก้วทอดอร่อย
คงเป็นเรื่องน่าเศร้า
หากคนเราต้องบิดเบือนความจริงในใจ
แล้วใส่หน้ากากเข้าหากัน

เราคงมีชีวิตอยู่กับความสุขปลอมๆ
ท่ามกลางความกลัวที่จะผิดหวัง
ทั้งที่ในที่สุดก็ต้องเผชิญหน้ากับมันอยู่ดี

ถอกหน้ากากออกดีไหม
จะเป็นไรไป หากใครจะอ่านสายตาของเราได้
หรือแม้แต่จะมองทะลุถึงใจของเรา

เพราะเมื่อใดก็ตาม ที่เราไม่ต้องปิดบัง อำพราง
ไม่ต้องไว้ท่าไว้ทางหรือมีเล่ห์เหลี่ยมใดๆ
เมื่อนั่นใจของเราย่อมมีพลังอย่างเต็มที่
ที่จะสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้บังเกิดขึ้น

ซึ่งต่างค้นพบพลังแห่งความจริงใจ
เป็นพลังที่เกิดขึ้นอย่างเรียบง่ายเป็นธรรมชาติ
แต่มีอานุภาพเหลือประมาณ

ฉะนั้น..

อย่ากลัวเลย..ที่จะเป็นคนจริงใจ
เป็นคนซื่อๆ ใสๆ
ปากกับใจตรงกัน
ถึงแม้เราไม่เก่ง ไม่ดีเด่น
ไม่ได้เป็นคนสำคัญ
ขอเพียงเรามีความจริงใจต่อกัน
แค่นี้ก็สุขสบายใจ..









จากเว็บทำดี
มีหลายคนเคยบ่นว่า อยากมีเวลามากกว่านี้ 24 ชั่วโมง ดูจะน้อยไปในแต่ละวัน บางคนอาจเคยถามว่า? เวลามันหายไปไหนหมด? เราลองมาดูกันว่า เวลา มันหลบหรือซ่อนอยู่ที่ไหนกันแน่ อันที่จริงแล้วเวลาไม่ได้หลบหรือซ่อนอยู่ที่ไหนเลย แต่เพราะเรามีอะไรทำมากขึ้นต่างหากหล่ะ

เราลองมาพิจารณากันว่า ในแต่ละวัน สิ่งที่เราทำมีกี่กลุ่ม ก็คงจะแบ่งได้ 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ สิ่งที่ต้องทำ กับ สิ่งที่น่าทำ ซึ่งสิ่งที่น่าทำดูจะมีมากมายก่ายกอง ดังนั้นการทำให้เวลา 24 ชั่วโมง เพียงพอต่อการทำกิจกรรมต่าง ๆ ของชีวิตจึงเป็นเรื่องของการจัดลำดับความสำคัญของแต่ละอย่าง และเมื่อมีการจัดที่ถูกต้อง ทุกอย่างก็จะเป็นไปด้วยดี แม้จะทำได้ไม่หมดก็ตาม

การบริหารเวลาจึงไม่ใช่เรื่องของการแบ่งเวลาให้สิ่งต่าง ๆ เท่านั้น แต่เป็นการแยกระหว่าง สิ่งที่ต้องทำ กับ สิ่งที่น่าทำ ด้วย

มีนิทานเรื่องหนึ่งอยากเล่าให้ท่านฟัง

วันหนึ่งในชั้นเรียนหนึ่ง ครูยืนหน้าชั้นเรียนแล้วพูดว่า "ได้เวลาสอบแล้ว"

แล้วก็หยิบไหปากกว้างวางบนโต๊ะด้านหน้า
จากนั้นก็เอาหินก้อนขนาดเท่ากำปั้น ทยอยวางลงในไหอย่างระมัดระวัง

เมื่อใส่ก้อนหินจนเต็มไหไม่เหลื่อที่ ๆ จะใส่หินลงไปได้อีก ครูถามขึ้นว่า

ไหใบนี้เต็มแล้วใช่ไหม?

นักเรียนทุกคนในชั้นตอบว่า "ใช่"

ครูถามว่า "จริงหรือ"

แล้วเอื้อมมือไปหยิบถังใส่กรวดใต้โต๊ะขึ้นมา เขาเทกรวดลงไปในถังแล้วเขย่า เพื่อให้กรวดล่วงลงไปยังพื้นที่ว่างระหว่างก้อนหินก้อนใหญ่ ๆ

แล้วครูก็ถามอีกครั้งว่า "ไหเต็มแล้วใช่ไหม? "

มีคนหนึ่งตอบว่า "อาจจะไม่" ครูตอบว่า "ดี"

ครูเอื้อมไปใต้โต๊ะ และหยิบถังใส่ทรายขึ้นมา แล้วก็เริ่มเททรายลงไปยังช่องว่างต่าง ๆ ของหินและกรวด

ครูถามอีกครั้ง "ไหนี้เต็มหรือยัง? "

ทุกคนตะโกน "ยังไม่เต็ม" ครูตอบว่า "ดี"

แล้วเขาก็ยกเหยือกน้ำขึ้นมาเทลงไปในไห จนกระทั่งน้ำปริ่มขอบ แล้วเขาก็กวาดสายตาไปยังนักเรียนทุกคน แล้วถามว่า


อะไรคือสิ่งที่เราได้เรียนรู้จากการเรียนบทนี้?

นักเรียนผู้กล้าหาญชาญชัยคนหนึ่งยกมือขึ้นแล้วตอบว่า

"ได้เรียนรู้ว่า ไม่ว่าตารางเวลาของเราจะเต็มไปด้วยกิจกรรมเพียงใด
ถ้าเราพยายามจริง ๆ เราจะสามารถเพิ่มกิจกรรมบางอย่างเข้าไปได้"

"ไม่ใช่" ครูตอบ

นั่นไม่ใช่ประเด็น ความจริงของการแสดงนี้ สอนเราว่า ถ้าคุณไม่ใส่หินก้อนใหญ่ในตอนแรกคุณก็จะไม่มีทางใส่มันได้เลย?


อะไรคือ หินก้อนใหญ่ อะไรคือหิน อะไรคือกรวด ทราย หรือน้ำ ในชีวิตคุณ
โครงการที่คุณต้องทำมันให้สำเร็จ?
เวลาอยู่กับคนที่คุณรัก?
ความศรัทธาของคุณ?
การศึกษาของคุณ?
การเงินของคุณ?
การสอนหรือให้คำปรึกษาคนอื่น ๆ ? ค้นหาให้พบ

จงจำไว้ว่าต้องใส่หินก้อนใหญ่ในตอนแรก เพราะคุณคุณอาจจะไม่มีโอกาสใส่มันได้อีกเลย.....

แล้วรับรองว่า.....คุณจะสามารถบริหารเวลาได้อย่างแน่นอน








จากสยามเซาท์




รวมสาวสวยมากมาย

ข้อมูลนก

ปลาสวยงาม-ตู้ปลาสวยงาม-ข้อมูลปลาทะเล

อาหารสมอง-วาไรตี้

เรื่องขำขัน

สูตรอาหาร-อาหารน่ากิน-ขนมหวานน่าอร่อย

ภาพปริศนา