google search

Google

สามารถแสดงความคิดเห็นได้ที่นี่เลย

clock

ปฏิทิน

เทคโนโลยีทันสมัย

ภาพถ่ายนักเรียนน่ารักๆ-วัยรุ่น-นักศึกษา-นางแบบ-ดารา

สาวสวยเซ็กซี่-สาวน่ารัก

วิทยาศาสตร์

รูปแปลก-ภาพแปลก-ภาพขำขำ

เรื่องน่ารู้ทั่วไป

สัตว์บก-สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ -สัตว์น้ำ -สัตว์ปีก -สัตว์เลื้อยคลาน -สัตว์ในวรรณคดี

BlogRoll

7 สิ่งมหัศจรรย์ยุคกลาง

7 สิ่งมหัศจรรย์ยุคปัจจุบัน

จระเข้ประหลาดในยุคครีเตรเซียส

Miami : สวรรค์...หรือดินแดนอาชญากรรม

ไขปริศนาปลาพญานาค

7 สิ่งมหัศจรรย์ยุคโบราณ

การกลับมาของ "อเล็กเซย์" เมื่อราชวงศ์โรมานอฟได้คืนชีพ ?!

ปลาหมึกยักษ์ อสูรร้ายใต้สมุทร

แกะปมปริศนาลำแสงมรณะของอาร์คิมิดีส

ความเชื่อในสิ่งลึกลับ : หมอผีวูดู

นอสตราดามุส ผู้หยั่งรู้ฟ้าดิน

The Witch Hunts : การล่าแม่มด

ตำนานแม่มดแห่งเมือง Blair

flag

free counters

เรียวมะ ซาคาโมโต : บุรุษทรนง

ยอดชู้รักแห่งประวัติศาสตร์

ตำนานมนุษย์หมาป่า

สยามประเทศ ก่อนปรากฏบนแผนที่โลก

การกลับมาของโรคระบาด

ตามหา"ไอ้ตีนโต" มนุษย์วานรดึกดำบรรพ์

มหันตภัยธรรมชาติในอนาคต

มังกรมีจริงหรือเพียงแค่ตำนาน ?

สูตรลึกลับของเครื่องดื่ม โคคา-โคล่า

ปริศนารูปถ่ายของยูนิคอร์น

ภาพถ่ายวิญญาณจากต่างแดน

ภาพถ่ายวิญญาณ (ภาค2)

ภาพถ่ายศพนางเงือก

ปริศนาสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า

ภาพถ่ายวิญญาณ

เรื่องสยองที่ abac

ภาพถ่ายวิญญาณของไทย

ผีในการท่องเที่ยว

ซุปเด็กสุดสยอง

สิ่งก่อสร้างที่น่ามหัศจรรย์ของโลก

ตัวอะไรเนี่ย

photo หน้า...น่าเกลียด

15 โรงแรมแปลก แหวกแนวสุดยอด

''โคลอสเซียม'' : สังเวียนแห่งความตาย

1 วัน ไม่ได้มี 24 ชั่วโมง ( A day is 23 hours 56 minutes 4 seconds )

"นาซ่า"มั่นใจดาวอังคาร เคยมีน้ำ-เดินหน้าหาสิ่งมีชีวิต

ว่าด้วยเรื่องแปลกๆ ของไก่

เปิดตำนานกรุสมบัติวัดราชบูรณะ

อาถรรพณ์ปูโสม : วิญญาณเฝ้าทรัพย์

นักเล่านิทานบันลือโลก

มัมมี่แห่งศตวรรษที่ 21

ไดโนเสาร์สูญพันธุ์เพราะเหตุใด ?

ผู้ติดตาม

friend

วันพุธที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2553

1. อย่าเขินที่จะบอกรัก

2 จดจำรายละเอียดของเขาหรือเธอ เช่น ชอบทานอะไร ชอบฟังเพลงแนวไหน กิจกรรมสุดโปรด คืออะไร แล้วหยิบยื่นสิ่งเหล่านี้ให้เธอหรือเขา เสมอ ๆ

3. โรแมนติกให้ถูกที่ ถูกเวลา เรื่องโรแมนซ์ ใครจะไม่ชอบ แต่บางทีก็ต้องถูกกาลเทศะด้วย ถ้าขืนกระโดดหอมแก้มแฟนกลางสยาม ใครล่ะจะไม่โกรธ!!! ลองหาสถานที่เหมาะ ๆ ดีกว่ามั้ย

4. ให้เกียรติกันและกันเสมอ

5. อย่าปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือความรัก นึกถึงเรื่องดี ๆ ที่เขาเคยทำให้เรา แล้วจะช่วยให้ความโกรธหรืออารมณ์ชั่ววูบเบาบางลง

6. เมื่อมีปัญหาควรใช้เหตุผลในการพูดคุย ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่คนสองคนต้องมีเรื่องขัดแย้ง แต่ถ้าทั้งคู่พร้อมที่จะปรับตัวเข้าหากัน ปัญหาทั้งหลายจะกลายเป็นเรื่องขี้ผง

7. ปล่อยให้ อีกฝ่าย มีเวลาเป็นของตัวเอง การเกาะติดแจมีแต่จะทำให้ความรักจืดจางได้ง่าย ปล่อยให้เขาไปเที่ยวกับเพื่อนบ้าง หรือพยายามให้ตัวเองมีโลกส่วนตัวบ้างจะได้ไม่อึดอัด

8. พูดกันตรง ๆ แต่เลือกใช้คำที่ไม่ทำร้ายจิตใจ



9. มีขอบเขตในการปรับตัว แน่นอนที่ทั้งเราและเขาต่างต้องปรับตัวเข้าหากัน แต่ก็ควรมีลิมิตด้วย ไม่ใช่ยอมเปลี่ยนแปลงให้เป็นแบบที่เขาต้องการทุกอย่าง จนไม่เหลือความเป็นตัวของตัวเอง ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนตัวเองเพื่อคนอื่นได้นานหรอก

10. ห้ามโกหก ข้อนี้สำคัญมาก เพราะจะไม่สามารถเชื่อใจกันได้อีก

11. อย่าคาดคั้นหาคำตอบหากอีกฝ่ายยังไม่พร้อม บางครั้งการที่เราดึงดันจะรู้ให้ได้เดี๋ยวนั้นเลยว่าทำไม่? เพราะอะไร ? จะเอายังไง? เป็นการกดดันอีกฝ่ายอย่างไม่มีประโยชน์ หากเราและเขาอยู่ในสถานการณ์ ตึงเครียด ลองถอยออกมา 1 ก้าว ทำใจให้สงบ รอจนกว่าเขาพร้อม แล้วค่อยคุยเรื่องนี้กันใหม่ก็ยังไม่สาย

12. ดูแลตัวเองให้เก๋กู๊ดอยู่เสมอ เขาจะได้ไม่มองคนอื่นไง

13. ไม่ควรคาดหวังกับความรัก บอกแล้วว่าความรักเป็นเรื่องของความรู้สึกของคนสองคนล้วน ๆ จึงเอาแน่เอานอนไม่ได้ อย่าคาดหวังว่าเขาจะเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ จะทำนั่นทำนี้ให้เรา เพราะถ้าผิดหวังจะเสียใจทั้งสองฝ่าย ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติดีกว่า

14. ห้ามหลุดคำหยาบ ต่อให้ทะเลาะกันรุนแรงแค่ไหนก็ไม่ควรด่าทอกันเสีย ๆ หาย ๆ มีแต่จะทำให้เข้าหน้ากันไม่ติด

15. ซื่อสัตย์และไว้ใจกัน สองอย่างนี้จะทำให้คุณสองคน เป็นคู่ที่น่าอิจฉาที่สุดในโลก

16. หาสิ่งของที่ต้องดูแลร่วมกัน เช่น สัตว์เลี้ยง หรือ ต้นไม้ หรือกิจการเล็กๆ น่ารัก ๆ เพื่อสร้างความผูกพันระหว ่างคนสองคน












17. ให้โอกาสอีกฝ่ายในการแก้ไขข้อผิดพลาด ทีคนอื่นเรายังให้อภัยเขาได้ และกับคนที่เรารัก เรายิ่งต้องให้อภัยและให้โอกาสเขา แต่ควรระวัง ไม่ว่าใครก็ตาม เราไม่ควรให้โอกาสเขาเกิน 3 ครั้ง

18. อย่าอายที่จะขอโทษ

19. หากิจกรรมที่สร้างสรรค์ทำร่วมกันบ้าง เช่น ชวนกันเล่นแบดมินตัน ไปดูงานศิลปะ ด้วยกันบ่อย ๆ นอกจากความรักจะสดใสแล้ว เรายังได้เจออะไรใหม่ ๆ ในชีวิตอีกด้วย

20. นึกถึงความรู้สึกของอีกฝ่ายเสมอ อย่ามัวแต่คิดว่าทำไมเขาไม่เข้าใจเรา ??? มันไม่มีประโยชน์แถมยังทำให้เราขี้น้อยใจอย่างไม่มีเหตุผล

21. รู้สึกดีกับสังคมของเรา ทั้งพ่อแม่และพี่น้อง เพื่อน และคนรักเก่า รู้หรอกน่าว่ามันทำใจยาก (โดยเฉพาะรายหลังสุด) แต่ถ้าทำได้ มันจะยกระดับจิตใจของคุณให้สูงส่ง ทำให้คุณภูมิใจในตัวเอง และเขาก็จะ รักคุณเพิ่มขึ้นมาก ๆๆ

22. อย่าปิดกั้นโอกาส ลองเปิดตัวเองให้รู้จักคนใหม่ ๆ ไม่ได้แนะนำให้หลายใจนะจ๊ะ แต่การได้รู้จักคนเยอะ ๆ จะทำให้เรารู้ค่าคนใกล้ตัวและรู้ใจตัวเองมากขึ้น

23. รู้จักที่จะใช้ภาษากาย ไม่ใช่ภาษาใบ้นะจ๊ะ แต่เป็นการสัมผัสร่างกายของอีกฝ่าย เช่น จับมือ ลูบหลัง ใคร ๆ ก็บอกว่ามันสามารถสื่อความในใจของเราได้ดีกว่าคำพูดหลายเท่าเชียว

24. คิดถึงอนาคต แต่อย่าพูดบ่อย เดี๋ยวเขาจะหาว่าเราผูกมัดแล้ว พาลหงุดหงิดใส่เพียงแค่รู้ว่าเราต่อไปเราอยากใช้ชีวิตแบบไหน แล้วพูดถึงมันในจังหวะเหมาะ ๆ แค่ครั้งเดียวก็พอ เพื่อทำให้เขารู้ว่าตัวคุณก็มี Plan ชีวิตเขาจะมาเล่น ๆ ไม่ได้

25. รักตัวเองให้มาก ๆ เพราะถ้าคุณไม่รักตัวคุณเองแล้วคุณจะไปรักใครที่ไหนได้เล่า

ก็จำๆ มาบอกต่อกันอีกทีอะนะ เราเองก็ไม่แน่ใจว่าจะทำได่ล่ะ แต่ก็เป็นการดีที่จะร้ไว้บ้างว่าควรทำอย่างไรที่จะไม่ให้รักมันจากเราไปอย่างรวดเร็ว เพราะเห็นหลายคนชอบตั้งกระทู้แนวๆ อกหัก รักคุดกันจัง
ความรักเปนสิ่งที่แสนจะสวยงามเสมอ

สิ่งนี้มันเป็นอะไรที่แสนจะบอบบางมาก

บางคนทุ่มความรักไปทั้งใจ

บางคนไม่เคยที่จะคิดสนใจในเรื่องนี้เลย

คนเราแม้จะเปนฝาแฝดแต่ก้อมีความคิดที่แตกต่างกัน

แล้วความรักของแต่ละคนก้อจะมีนิยามที่แตกต่างกันเสมอ

หลาย ๆๆคน คงมีนิยามความรักที่แตกต่าง กันไป

เพราะหลายคน ก้อเพราะต่างความคิด

แล้วนิยามที่คนส่วนใหญ่พูดถึงความรัก

ก้อคือ ความรักคือทุกสิ่งทุกอย่าง

ความรักเปรียบเสมือนดอกไม้ การปลูกดอกไม้

แต่..สำหรับฉันแล้ว

จุดเริ่มต้นของนิยามนี้ ก้อคือ

ความรักคือถนน

การที่เราจะรักครัยสักคนได้ก้อเพราะว่าใจตรงกัน

ก้อเหมือนกับถนน

คนเราต่างคนต่างเป็นถนนที่มีจุดเริ่มต้นที่แตกต่างกัน

มีพื้นฐานชีวิตที่ต่างกัน

ถนนเส้นนี้มีความรักเกิดขึ้น เพราะว่า

มีถนน 2 สายมาบรรจบกัน

ก้อเหมือนกับว่าการที่เราสองคนได้มาพบเจอกัน

ถนนแต่ล่ะสายมีเส้นที่แบ่งครึ่งฝากถนน

เส้นสีขาว สีเหลืองนี้เองก้อเปรียบเสมือนกับความสัมพันธ์

ของคนเราที่ได้มาพบเจอกัน

และการที่คนเราจะเป็นคนรักของกันและกันได้ก้อต่อเมื่อ

เส้นที่แบ่งครึ่งถนนได้มาบรรจบกัน

แต่..ถ้าหากคน ๆ นันไม่ใช่สำหรับเราแล้ว

เส้นนี้ก้อจะขนานกัน ไม่สามารถที่จะบรรจบกันได้ต่อไป

แต่...ถ้าหากความรักของคนสองคนเริ่มที่จะอิ่มตัวแล้ว

เส้นที่แบ่งครึ่งถนนก้อจะขาด ๆ หาย ๆ

ก้อเหมือนกับความรักของอีกหลาย คู่ที่ถึงจุดอิ่มตัว

และแล้ว ถ้าหากเราสองคนไม่เข้าใจกันแล้ว

ถนนสองสายก้อจะแยกจากกันไปคนละเส้นทาง

หลายคนบอกว่าทำไมต้องเปรียบความรักที่แสนอ่อนโยน น่าถนอม

เป็นถนนได้

คำตอบที่ฉันตอบได้เลยนะก้อคือ

ตอนที่ยางมะตอยมันยังไม่แข็งก้อ

เปรียบเสมือนว่าเรากำลังดูใจกันอยู่

แล้วถ้าหากความรักของเราทั้งสองลงตัวแล้ว

ยางมะตอยที่ลาดตอนแรกมันไม่แข็ง

ตอนนี้มันคงทนอยู่ได้นานตราบนานเท่านาน

แต่ความรักมันมีหลายรูปแบบ

ขึ้นอยู่ว่าเราอยากให้ความรักเราเปนในแบบไหน

เป็นอย่างไหน...

ส่วนฉันมันเปรียบเสมือนกับถนนที่ลาดด้วยยางมะตอย

เพราะมันคงทน และ ยาวนาน

แถมสองข้างทางของถนนยังมีทิวทัศน์ที่สวยงาม

สองข้างทางมันเปรียบเสมือนกับว่าเป็นเรื่องราวความรักของคนสองคน

มันสามารถที่จะเล่าเรื่องราวความรักของถนนแต่ละสายได้อย่างแจ่มแจ้ง

แม้สุดท้ายปลายทางของถนนเส้นนี้มันจะสิ้นสุดที่ไหนนั้น

เรื่องราวของถนนเส้นนี้ยังคงจะอยู่ไปตลอด

มันจุอยู่ในความทรงจำนี้ตลอดไป

เพราะความรักเป็นสิ่งที่สวยงาม

แม้สุดท้ายปลายทาง

ทางมันจะขรุขระก้อตาม

ถนนแห่งความรักก้อยังคงเป็นถนนที่แสนจะทงทนในใจตลอดไป

อยากรู้ว่านิยามของแต่ละคนจะเป็นเช่นไร

ก้อแล้วแต่ความคิดของแต่ละคนว่านิยามความรักเป็นอะไร

ลองคิดเล่น ๆ สิ บางทีมันก้อเป็นเรื่องที่สนุกไปอีกแบบ
ความรักเหมือนดาวตก

การมองหาความรัก

ก็เหมือนกับการที่เราพยายามมองหาดาวตกถ้ายังไม่ถึงเวลาที่มันจะเกิดเราก็ไม่มีทางได้เจอ

ฉันเชื่อว่าบางสิ่งบางอย่าง เราก็ไม่ได้มันมาจากการ " ตามหา"

เหมือนกับดาวตก ที่ต่อให้แหงนหน้ามองหาจนคอแทบหัก

ถ้ายังไม่ถึงเวลาที่มันจะเกิด มันก็ไม่มีทางที่เราจะได้เห็น

และต่อให้เราพยายามมองดาวอังคารที่ส่องสว่างอยู่บนฟ้า

แล้วเฝ้าอธิษฐานให้มันตกลงมา

ถ้ามันไม่ใช่ดาวตก... ให้พยายามแค่ไหนมันก็ไม่ใช่

การมองหาความรักก็เหมือนกับการที่เราพยายามมองหาดาวตก

ถ้ายังไม่ถึงเวลาที่มันจะเกิดเราก็ไม่มีทางได้เจอ

แต่อย่าเพิ่งใจร้อนกับเรื่องของความรักเลยค่ะ

มันจะทำให้เราทุรนทุรายกับการใช้ชีวิตซะเปล่าๆ

บางที ...ตอนนี้คนๆ นั้นของเราอาจกำลังเดินเล่น

อยู่ตรงไหนสักส่วนของโลก หรืออาจอยู่ใกล้ๆ เราก็ได้

ระวังนะ... ยิ่งเราออกเดินทางตามหา

อาจกลายเป็นว่าเรายิ่งเดินห่างจากเขาไป

การเจอกันอาจช้ากว่าที่น่าจะเป็นซะอีก

อย่าน้อยเจอกันช้าก็ยังดีกว่าไม่เจอ

ทั้งหมดก็แค่ความรู้สึก ของใครคนนึงคือตัวเราเองในตอนนี้

ก า ร ร อ ค อ ย ...
เป็นเรื่องที่ทรมาน โดยเฉพาะการรอคอยที่จะกลับมาพบกัน หรือรอคอยใครสักคนที่จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน เพราะในเวลาแห่งการรอคอยนั้น มันมีมากกว่า 24 ชั่วโมงและเข็มนาฬิกาก็เดินช้าขึ้นอีกเป็นเท่าตัว...

จากเวลาที่นานอยู่แล้วจึงนานยิ่งกว่า และการดำเนินชีวิตระหว่างการรอนั้น ก็มีตัวแปรมากมายที่จะทำให้คนเปลี่ยนไปอยู่ทุกขณะ เพราะทุกคนมีพื้นฐานความเหงา และโดดเดี่ยวอยู่ในตัวเองพอๆกับความอ่อนไหวเป็นโอกาสที่ดีที่จะใช้ระยะทางเป็นเครื่องวัดความรู้สึกพิสูจน์ความแข็งแรงของความรัก วัดการกระทำ... ความเสมอต้นเสมอปลาย และความอดทน ด้วยเงื่อนไขของความลำบากแห่งกาลเวลา และตัดสินว่า...การรอคอยจะคุ้มค่าหรือไม่

ก า ร อ ยู่ ห่ า ง กั น...
จึงจำเป็นต้องพิสูจน์กันด้วยความเข้มแข็งต่างคนต่างก็ต้องทำหัวใจให้เข้มแข็งกับอารมณ์ต่างๆ ที่คอยรบกวนและคอยชักจูงออกนอกลู่นอกทาง เพราะมันไม่ใช่เรื่องง่าย...ที่วันนึงเราพบว่า คนคนหนึ่ง...คือคนที่ชีวิตเราตามหามาตลอด และใครสักคนที่เป็นได้อย่างที่เราฝัน มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายและคนที่จะฝ่าฟันกับการบีบคั้นแห่งการรอคอยกลับมาหาเราได้ก็ไม่ใช่เรื่องธรรมดา...

เ พ ร า ะ ฉ ะ นั้ น...
ย่อมหมายถึง...ความรู้สึกที่เค้ามีอยู่ก็คงไม่ได้ธรรมดาและคนคนนั้นก็ย่อมเต็มค่าเวลาที่ชาวประมงจะเลี้ยงหอยมุก จะต้องใช้เวลาเนิ่นนานและสามารถรอคอยได้อย่างไม่น่าเชื่อ เพราะเขารู้ว่า เมื่อไหร่ถึงเวลาที่มุกสามารถนำมาร้อยเป็นสร้อยได้ย่อมเกิดค่ามหาศาล ...ชีวิตจึงจำเป็นต้องรอคอยใครสักคนให้ได้

หากรู้ว่าเป็นใครสักคน ...ที่มีค่าแก่การรอคอย. "การรอคอยคือความเจ็บปวด เป็นความเจ็บปวดที่รวดร้าวที่สุด! แต่...ถึงอย่างไรก็ต้องคอย... คอยเพื่อให้ถึงวันที่จะไม่ต้องคอย"


ขอบคุณบทความจาก ลิซ่า
ประเพณีการสลักชื่อและข้อความบนหินในสุสาน (epitaph) ของชาวตะวันตกก็มีข้อควรให้ครุ่นคิด epitaph เป็นคำกรีก แปลตรงตัวว่า 'บนหินหลุมศพ' อาจเป็นข้อความ บทกวี อาจบอกที่มาของชาติตระกูล หรือบอกความรู้สึกของญาติมิตร ด้วยคำตั้งแต่แบบเคร่งขรึม เศร้าสร้อย เปี่ยมด้วยความรักอาลัย ไปจนถึงแบบเจืออารมณ์ขัน ส่วนใหญ่เขียนมีสัมผัสนอกแบบบทกวี

บางป้ายบอกสาเหตุความตาย เช่นหลุมศพของ แอนนา โฮปเวลล์ ผู้จากไปเพราะเปลือกกล้วย :

Here lies the body of our Anna
Done to death by a banana
It wasn't the fruit that laid her low
But the skin of the thing that made her go.




หรือชายชาวนิวยอร์กผู้ตายเพราะก้างปลาติดคอ :

He got a fish-bone in his throat
and then he sang an angel note.

หรือชายผู้ขับรถไม่ดีนัก :

Here lies the body
of Jonathan Blake.
Stepped on the gas
Instead of the brake.

(ที่นี่ฝังร่างของ จอนาธาน เบลก ผู้เสือ กเหยียบคันเร่ง แทนที่จะเหยียบเบรก)


จำนวนไม่น้อยมีอารมณ์ขันแม้กับความตาย เช่น ที่ฝังศพของผู้หญิงชาวเมือง โคโลราโด สปริงส์ คนหนึ่งซึ่งแต่งงานกับชาวเท็กซัส เห็นชัดว่านางรักสามีผู้ถูกฝังในเท็กซัสเพียงไร!

I wouldr ather be here
than in Texas.

(ฉันยอมอยู่ที่นี่ดีกว่าในเท็กซัส)



หรือป้ายศพของหมอฟันคนหนึ่งนาม บราวน์ :


Stranger tread
This ground with gravity.
Dentist Brown
Is filling his last cavity.

(filling his last cavity เป็นการเล่นคำ ซึ่งอาจแปลว่าการอุดฟันผุครั้งสุดท้ายหรือการอุดพื้นที่ว่างคือหลุมศพ!)




บ้างก็มีลักษณะของความขัดแย้งแบบขำเศร้าๆ :

Here lies the body
of John Round.
Lost at sea
and never found.
(ที่นี่ฝังร่างของ จอห์น ราวน์ด สูญหายในทะเลและไม่พบศพ)

หรือชายลูกดกคนหนึ่งแห่งเมืองจอร์เจีย :


Here lies the father of 29.
He would have had more
But he didn't have time.
(ที่นี่ฝังร่างของพ่อซึ่งมีลูก 29 หน่อ เขาอยากมีลูกมากกว่านี้ แต่มีเวลาไม่พอ!)

ป้ายฝังศพของฝรั่งส่วนใหญ่ก็มีค่านิยมคล้ายบ้านเราคือไม่นิยมจารึกเรื่องไม่ดีของคนที่ตายไปแล้ว ต่างกันที่ว่าชาวตะวันตกไม่เคยลืมเรื่องที่ใครคนหนึ่งทำไม่ดีต่อพวกเขาหรือสังคมง่ายๆ เหมือนคนไทย



เคยถามตัวเองไหมว่า อยากให้คนอื่นจดจำคุณอย่างไร หลังจากคุณจากโลกนี้ไป?


ชีวิตเป็นของไม่จีรัง เช่นเดียวกับชื่อเสียง ทรัพย์สินเงินทอง ข้อแตกต่างเดียวที่มนุษย์แต่ละคนสร้างก็คือการกระทำ บทกวีพระนิพนธ์ของกรมพระปรมานุชิตชิโนรสบทนี้เป็นตำราเรียนที่เด็กยุคผมท่องจำจนขึ้นใจ ความหมายของมันเป็นสัจธรรม

พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง
โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี
นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์
สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา

แปลว่า สัตว์พวกวัวควายช้าง เมื่อตายไปก็ทิ้งเขางาทั้งคู่ไว้ ส่วนร่างกายคนเรานั้นสลายไปสิ้น เหลือแต่ความดีความชั่วที่ทำไว้เท่านั้น

ประวัติศาสตร์ตลอดอารยธรรมของมนุษยชาติบันทึกตัวอย่างต่างๆ ของ 'สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา' ผ่านไปหนึ่งวันหลังคุณตาย มีคนร้องไห้เพื่อคุณ ผ่านไปสิบปีหลังคุณตาย อาจมีคนพูดถึงคุณนานๆ ครั้ง ผ่านไปยี่สิบปี สามสิบปี อาจไม่มีใครจดจำคุณได้ ต่อให้คนที่มีชื่อเสียงมาก ผ่านไปสักร้อยสองร้อยปี ก็ไม่ค่อยมีคนพูดถึงแล้ว ยกเว้นบุคคลพิเศษจริงๆ ที่ชาวโลกยังกล่าวขวัญถึงหลังจากตายไปแล้วสองสามพันปี เช่นบุคคลอย่าง โซเครติส พระพุทธเจ้า พระเยซู ฯลฯ

เราอาจไม่ต้องทำความดีสูงส่งในระดับพระพุทธเจ้า แต่หากในช่วงชีวิต 60-70 ปี เราสามารถกระทำเรื่องเล็กๆ สักเรื่องสองเรื่องซึ่งก่อนตายเราสามารถระลึกถึงด้วยความรู้สึกที่ดีว่า เป็นการกระทำที่ทำให้ไม่เสียเวลาที่อยู่ในโลกนี้โดยสิ้นเชิง ก็นับว่าเป็นชีวิตที่ควรค่ากับการเกิดมา


วินทร์ เลียววาริณ
12 ธันวาคม 2552


คมคำคนคม

On the plus side, death is one of the few things that can be done just as easily lying down.

มองในด้านบวก ความตายเป็นหนึ่งในน้อยเรื่องซึ่งสามารถทำได้เพียงแค่นอนลงง่ายๆ

Woody Allen วูดดี อัลเลน
นักแสดง ดาวตลกชาวอเมริกัน
ปราชญ์กรีก อาร์คิมิดิส กล่าวว่า "มอบไม้คานที่ยาวพอและจุดศูนย์กลางรองรับน้ำหนัก ข้าพเจ้าจะงัดโลกใบนี้ให้ท่านดู"

อาร์คิมิดิสไม่ได้พูดเล่นๆ โดยทฤษฎี การงัดโลกทั้งใบทำได้แน่นอน

แต่ในการใช้ชีวิต หลายคนแก้ปัญหาแบบ 'งัดโลกทั้งใบ' จริงๆ

ปัญหาเดียวกัน บางคนมองเป็นปัญหาเล็ก บางคนมองเป็นปัญหาใหญ่ บางคนแบกโลกทั้งใบบนบ่า

เช่นเดียวกับหลักของอาร์คิมิดิส ทุกปัญหาสามารถถูกงัดกระเด็นให้พ้นทางไปได้เสมอ หากใช้สติปัญญาสร้าง 'ไม้คาน' นั้นขึ้นมา

เราแบกเรือไม้เล็กๆ ลำหนึ่งไม่ไหว แต่ท้องทะเลสามารถแบกรับเรือเหล็กใหญ่โตเท่าตึกได้อย่างสบาย

ทุกปัญหาในโลกก็เช่นกัน มักเกินกำลังเมื่อเราแบกรับมันด้วยตัวคนเดียว แต่เมื่อมีพ่อแม่ พี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆ ครู ช่วยกันแก้ไข ปัญหานั้นก็ดูไม่หนักหน่วงเท่าที่เห็น

อย่างน้อยที่สุด กำลังใจที่จะร่วมต้านปัญหาด้วยกันก็อาจช่วยทำให้ปัญหานั้นไม่หนักเท่าที่มันดูจะเป็น

หลายคนมีปัญหาอกหัก การงาน ฯลฯ แล้วเก็บไว้คนเดียว ไม่บอกใคร เพราะไม่อยากให้คนอื่นไม่สบายใจไปด้วย

แต่เพื่อนมีไว้เพื่อปรับทุกข์ ไม่เช่นนั้นมีเพื่อนไว้ทำไม

ในฐานะเพื่อนจึงต้องทำหน้าที่สังเกตเพื่อนด้วยว่า สีหน้าเขาหรือเธอไม่ดีหรือไม่ ไม่พูดไม่จาหรือไม่ เป็นต้น แล้วเสนอตัวช่วย เป็นส่วนหนึ่งของ 'ไม้คาน' นั้น

บางครั้งการถามประโยคเดียวว่า "ไม่สบายหรือเปล่า?" หรือ "สู้นะ" ก็ทำให้อีกฝ่ายรู้สึกดีขึ้นมาทันที ช่วยกันเป็น 'ไม้คาน' ให้กันและกัน และกำลังใจเช่นนี้แหละที่งัดปัญหาที่ใหญ่เท่าโลกมามากต่อมากแล้ว

สิ่งที่ต้องเตรียม
เนื้อกุ้งบด
ต้นกระเทียมสับหยาบ
เห็ดฟางสับละเอียด
ใบไทม์สดสับ
เนื้อมะขามเทศหั่นละเอียด
ไข่ไก่ตีพอแตก
แป้งมัน
น้ำมันถั่วเหลือง
แป้งสาลีอเนกประสงค์สำหรับคลุก,
น้ำปาล์มสำหรับทอด
เส้นพาสต้าต้มสุก
ส่วนผสมซอสมะเขือเทศสำหรับราดหน้า,
ใบไทม์สด สำหรับแต่ง
450 กรัม
10 กรัม
115 กรัม
1 ช้อนโต๊ะ
1 ช้อนโต๊ะ
1 ฟอง
2 ช้อนโต๊ะ
1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
- ผสมเนื้อกุ้งบดกับต้นกระเทียม เห็ดฟาง ใบไทม์สด เนื้อมะเขือเทศ ไข่ไก่ แป้งมันและน้ำมัน
ถั่วเหลืองเข้าด้วยกัน นวดผสมจนเข้ากันดี ปั้นเป็นก้อนกลม คลุกแป้งสาลีอเนกประสงค์ แล้วทอดใน
น้ำมันปาล์ม จนสุกเหลือง ตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน
- เคี่ยวส่วนผสมซอสมะเขือเทศกับลูกชิ้นกุ้งเข้าด้วยกัน ปิดฝา เคี่ยวนานประมาณ 1 ชั่วโมง
จนกระทั่งสุกนุ่ม จึงยกลง
- จัดเส้นพาสต้าใส่จาน ราดด้วยส่วนผสมมีทบอลกุ้ง แต่งด้วยใบไทม์สด พร้อมรับประทาน
สิ่งที่ต้องเตรียม (ส่วนผสมซอสมะเขือเทศ)
หอมหัวใหญ่สับละเอียด
ขึ้นฉ่ายฝรั่ง
มะเขือเทศสุกปอกเปลือก
ไม่เอาเม็ด
เนื้อมะเขือเทศบด
เกลือป่น,พริกไทยป่น อย่างละ
แครอทสับละเอียด
กระเทียมสับ
ไวน์ขาว
น้ำซุปไก่
ใบโหระพาสดสับ

100 กรัม
10 กรัม
675 กรัม

1 ช้อนโต๊ะ
1/4 ช้อนชา
200 กรัม
10 กรัม
150 กรัม
150 กรัม
1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
- ผสมส่วนผสมซอสทั้งหมดเขาด้วยกัน นำขึ้นตั้งไฟพอเดือด ชิมรสตามชอบ เคี่ยวต่อนาน
ประมาณ 15 นาที หรือจนกระทั่งซอสข้น เตรียมไว้

จะทานอาหารให้ได้ทั้งความอร่อย และประโยชน์จะต้องมีสารอาหารครบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผักต่างๆ เมนูสลัดไก่อบกระเทียมพริกไทยดำ จะช่วยเติมเต็มความอร่อยพร้อมประโยชน์ต่อสุขภาพ เอาหละมาดูวิธีทำกันเลย

ส่วนผสม



ไก่อบพริกไทยดำ 8 ชิ้น
น้ำสลัดอิตาเลียน 3 ช้อนโต๊ะ
มะเขือเทศราชินี 4 ลูก
เห็ดเข็มทอง 100 กรัม
ผักโอ๊ค 5 ใบ
ผักกาดแก้ว 5 ใบ

วิธีทำ

เจาะรูประมาณ 3–4 รู ที่แผ่นฟิล์ม ใส่ในไมโครเวฟ อุณหภูมิความร้อน 1300 วัตต์ ประมาณ 1 นาที หรือ อุณหภูมิความร้อน 800 วัตต์ ประมาณ 2 นาที
จัดเรียงผักกาดแก้ว ผักโอ๊ค มะเขือเทศราชินี และไก่อบกระเทียมพริกไทยดำในจานเสิร์ฟ
ราดด้วยน้ำสลัดอิตาเลียน
ตกแต่งด้วยเห็ดเข็มทอง
ส่วนผสม
นมสด UHT 500 กรัม
วิปปิ้งครีม 500 กรัม
น้ำตาลทราย (1) 150 กรัม
เจลาตินผง 25 กรัม
น้ำร้อน 50 กรัม
สีผสมอาหาร สีเหลืองไข่ 1/8 กรัม
เนื้อมะม่วงสุก (1 ) 300 กรัม
น้ำตาลทราย ( 2 ) 40 กรัม
เนื้อมะม่วงสุก ( 2 ) หั่นสี่เหลี่ยมเล็ก 200 กรัม

วิธีทำ
1. ละลายเจลาตินกันน้ำร้อน พักไว้
2. ผสมน้ำตาลทราย (2) กับเนื้อมะม่วงสุก (1)
3. นำไปบดให้ละเอียด นำขึ้นตั้งไฟพอเดือด เตรียมไว้
4. ผสมนมสด วิปปิ้งครีม น้ำตาลทราย (1) ใส่ภาชนะ นำตั้งไฟอ่อนๆ คนผสมจนน้ำตาลทรายละลายดี
5. เติมส่วนผสมเจลาตินต้มจนเดือด ใส่ส่วนผสมมะม่วงคนผสมให้เข้ากัน เติมสีผสมอาหาร ตักใส่พิมพ์นำเข้าตู้เย็นจนกระทั่งพุดดิ้ง จับตัวรูปทรงได้ดี ยกเสิร์ฟ

ส่วนผสม
เนื้อไก่สับ 250 กรัม
มันฝรั่งต้มสุกบดละเอียด 500 กรัม
หอมใหญ่สับ 3 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น 1 ช้อนชา
พริกไทยป่น 1 ช้อนชา

ไข่ไก่ (เฉพาะไข่แดง) 1 ฟอง
เนยสด 3 ช้อนโต๊ะ
แป้งสาลี 2 ช้อนโต๊ะ
เกล็ดขนมปังป่น 100 กรัม
มอซซาเรลลาชีสและแฮมก้อน (ใส่ไส้)

วิธีทำ
1. ผสมมันฝรั่งบด ไก่สับ หอมใหญ่ เกลือป่น พริกไทยป่น ไข่แดง แป้งสาลี เนยสด ผสมให้เข้ากัน
2. นำส่วนผสมในข้อที่ 1 ปั้นใส่ไส้มอซซาเรลลาชีสและแฮมเป็นก้อนสี่เหลี่ยมขนาดประมาณ 1/2 นิ้ว แล้วคลึงเป็นก้อนกลม คลุกลงในเกล็ดขนมปังป่นให้ทั่ว
3. ตั้งน้ำมันให้ร้อน ใช้ไฟปานกลาง นำโครเกต์ที่ปั้นไว้ลงทอดให้สุกเหลือง

ส่วนผสมซอสขาว
นมสด 4 ถ้วย
เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
แป้งสาลี 3 ช้อนโต๊ะ
เนยสด 1/4 ถ้วย

วิธีทำ
นำเนยสดผัดกับแป้งสาลี พอแป้งเข้ากันใส่นมสด ปรุงรสด้วยเกลือป่น คนให้เข้ากัน เสิร์ฟพร้อมโครเกต์
ส่วนผสม

น้ำสต็อกปลา 4 1/2 ถ้วย
ตะไคร้บุบ 2-3 ต้น
ข่าบุบ 4-5 แว่น
ขมิ้นบุบ 1 แง่งเล็ก
ใบมะกรูด 2-3 ใบ
กุ้งตัวเล็ก 1/2 ถ้วย
ปลาหมึก หั่นเป็นเส้น 1/2 ถ้วย
เกลือ สำหรับปรุงรส
น้ำมะนาว ตามชอบ
ผักชี สำหรับตกแต่ง
วิธีทำ

ตั้งน้ำสต็อกปลาจนเดือดใส่ตะไคร้ ข่า ขมิ้น ใบมะกรูด ลงต้มใช้ไฟปานกลางนานประมาณ 3 นาที หรือจนกระทั่งมีกลิ่นหอมและขมิ้นออกสี จนได้สีเหลืองตามชอบ
กรองน้ำสต็อกนำมาตั้งไฟให้เดือดอีกครั้ง ใส่กุ้ง ปลาหมึก รอจนสุกปรุงรสด้วยเกลือ ตักใส่ถ้วยซุปเมื่อจะกินบีบมะนาวเล็กน้อย ตกแต่งด้วยผักชี ใบมะกรูด
Tips

ถ้าชอบรสเผ็ดเติมพริกขี้หนูได้ตามชอบ แต่ไม่ควรให้รสเผ็ดมาก
ส่วนผสม

ปลาหมึกกล้วย ประมาณ 3 ตัว
น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ
เกลือ พริกไทย เล็กน้อย
พริกหวาน พันธุ์ออร่า หั่นเต๋าจิ๋ว 1/2 ถ้วย
หอมเล็ก ซอยบาง 1/4 ถ้วย
ตะไคร้ซอย 1/4 ถ้วย
ใบมะกรูดซอย 2 ช้อนโต๊ะ
ผักสลัดตามชอบ
น้ำสลัดกลิ่นตะไคร้
วิธีทำ

หมักปลาหมึกกับน้ำมันมะกอก เกลือ พริกไทย ไว้สักครู่ นำไปย่างไฟจนกระทั่งสุก
จัดผักสลัดใส่จาน หั่นปลาหมึกเป็นวง วางบนผักสลัดให้สวยงาม (จะเสิร์ฟทั้งตัวก็ได้ถ้าตัวเล็ก) โรยพริกหวาน หอมเล็ก ตะไคร้ ใบมะกรูด และราดด้วยน้ำสลัดตะไคร้ คลุกให้เข้ากันก่อนเสิร์ฟ
Tips

พริกหวานพันธุ์ออร่า เป็นพริกหวานเม็ดเล็กและเรียวกว่าพริกหวานปกติดูคล้ายพริกหยวก รสเผ็ดกว่าเล็กน้อย ถ้าไม่มีสามารถใช้พริกหวานธรรมดาแทนได้ มีขายที่ซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำทั่วไป เช่น ท๊อปส์ วิลล่า ฟู้ดแลนด์ เดอะมอลล์ เป็นต้น
น้ำสลัดกลิ่นตะไคร้

ส่วนผสม

น้ำมันมะกอกกลิ่นตะไคร้ 1/4 ถ้วย
น้ำมะนาว 2 1/2 ช้อนโต๊ะ
เกลือ 1/4 ช้อนชา
พริกไทยดำป่น เล็กน้อย
วิธีทำ

ผสมส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันชิมรสให้ออกเปรี้ยวนำ นำมาราดบนสลัดที่เตรียมไว้


น้ำมันมะกอกกลิ่นตะไคร้

ส่วนผสม

น้ำมันมะกอก 1 ถ้วย
ตะไคร้บุบ 2 ต้น
วิธีทำ

นำน้ำมันมะกอกตั้งไฟให้พอร้อนเทใส่ในตะไคร้(ให้น้ำมันท่วมตะไคร้) พอเย็นปิดฝาไว้อย่างน้อย 1 วัน เมื่อจะใช้จึงกรองเฉพาะน้ำมันมาทำน้ำสลัด


Tips

แช่ตะไคร้ในน้ำมันใส่ขวดโหลปิดฝาไว้จะทำให้กลิ่นหอมขึ้น เก็บในอุณหภูมิปกติได้นานประมาณ 2 อาทิตย์ แต่ต้องให้น้ำมันท่วมตะไคร้เพื่อไม่ให้น้ำมันเสีย
ส่วนผสม

ข้าวสวย 2 ถ้วย
เนื้ออกหั่น 250 กรัม
แครอท (หั่นสี่เหลี่ยมเล็ก) 1 ถ้วย
กระเทียมสับ 1/2 ถ้วย
ไข่ไก่ 4 ฟอง
พริกไทยป่นขาว 2 ช้อนชา
ซอสคิกโคแมน 1/2 ถ้วย
น้ำตาล 4 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืช 1/2 ถ้วย
วิธีทำ

ตั้งกระทะให้ร้อนจัด แล้วใส่น้ำมันลงไป
ใส่กระเทียบสับเจียวให้หอม ใส่ไข่ไก่คนให้กระจายพอให้สุกดีแล้ว จากนั้นใส่แครอท ใส่อกไก่ พอไก่สุกได้ที่ นำข้าวลงไปผัดให้เข้ากัน
ปรุงรสด้วยน้ำตาล, ซอสคิกโคแมน, พริกไทย และใส่ต้นหอมซอยคนให้ทั่ว
ส่วนผสม แกงจืดลูกรอก

ไข่ลูกรอก 250 กรัม
หมูสับ 100 กรัม
แครอทหั่น 50 กรัม
เห็ดหอม 3 ดอก
น้ำซุปกระดูก 3 ถ้วย
น้ำปลา 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ้วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
ขึ้นฉ่าย สำหรับโรยหน้า

วิธีทำ แกงจืดลูกรอก

1. หั่นไข่ลูกรอกเป็นชิ้น ให้มีขนาดพอดีคำ ไม่ใหญ่ หรือเล็กเกินไป
2. ต้มน้ำซุปกระดูกให้เดือด ใส่หมูสับ และไข่ลูกรอก ต้มทิ้งไว้ประมาณ 3 นาที
3. ใส่เห็ดหอม แครอท และปรุงรสด้วยน้ำปลา ซีอิ้วขาว คนให้เข้ากัน โรยขึ้นฉ่าย เปิดไฟแรงคนให้เข้ากัน พอเดือดก็ปิดไป แล้วยกลง



hilunch

ส่วนผสมตัวแป้ง

แป้งข้าวจ้าวอย่างดีชนิดผง 1 ถ้วย
น้ำตาลทราย 2 1/2 ถ้วย
น้ำดอกไม้สด 3 ถ้วย
แฟงจีนหั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็กๆ 1/2 ถ้วย
เผือกต้มหั่นสี่เหลี่ยมเล็ก 1/2 ถ้วย
ส่วนผสมหน้าตะโก้

แป้งข้าวจ้าวอย่างดี 1/2 ถ้วย
เกลือป่น 2 ช้อนชา
มะพร้าวขูดขาว 1 กิโลกรัม คั้นด้วยน้ำดอกไม้สดให้ได้กะทิข้นๆ 4 ถ้วย
วิธีทำตัวแป้ง

นำแป้งข้าวจ้าว น้ำตาลทราย และน้ำดอกไม้สด ใส่หม้อตั้งไฟ กวนแป้งให้สุก และเข้ากัน ประมาณ 15–20 นาที ใส่แฟงหรือเม็ดบัว ข้าวโพด เผือกตามใจชอบ
ตักใส่กระทงใบตองเล็กๆ หรือจะใช้ใบเตยทำก็ได้ ประมาณครึ่งกระทง
วิธีทำหน้าตะโก้

นำแป้งข้าวจ้าว เกลือป่น กะทิ ตั้งไฟ พอเดือดยกลง ตักใส่ตัวแป้งให้เต็ม ทิ้งไว้ให้เย็น


ที่มา

hilunch
ส่วนผสม

มะกะโรนี (ริกาโตนี) 2 ถ้วย
ปลากะพง ปลาเก๋า หรือปลาแซลมอน
หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม 200 กรัม
น้ำมันมะกอกสำหรับทอดปลา และผัดประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ
พริกขี้หนูสับละเอียด 2 เม็ด
กระเทียมสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าใหญ่ 2 ช้อนโต๊ะ
เม็ดพริกไทยสดทั้งเม็ด และหั่นเป็นท่อนสั้นประมาณ 3 ช่อ
ใบโหะระพา 1/4 ถ้วย
น้ำปลา 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาล 2 ช้อนชา
วิธีทำ

ต้มริกาโตนีให้สุก เหนียว นุ่ม (อ่านคำแนะนำจากข้างซอง) พักไว้
ตั้งกระทะใส่น้ำมันเล็กน้อยพอร้อน นำปลาลงนาบให้พอสุก ตักขึ้นพักไว้
ใส่กระเทียม พริกสับละเอียด กระเทียมชิ้นใหญ่ และเม็ดพริกไทย ลงผัดจนมีกลิ่นหอม ใส่ริกาโตนีที่ต้มสุกแล้วลงผัดให้เข้ากัน (อาจเติมน้ำสะอาดได้นิดหน่อย)
ใส่ปลาที่ทอดแล้วลงไป ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล ผัดให้เข้ากันอย่างรวดเร็ว แต่เบามือ ใส่ใบโหระพา ผัดให้สุกสักครู่ แล้วตักขึ้นทันที





นิตยสาร Health & Cuisine

หอยใหญ่ๆ มาแล้วจ้า… เมนูอร่อยวันนี้ขอเสนอ หอยลายผัดพริกเผา จานด่วนด้วยไมโครเวฟ ใครชอบทานหอยลายงานนี้พลาดไม่ได้อย่างแน่นอน อย่าลืมใช้หอยตัวโตๆ น้ำพริกเผาของดีๆ อย่างแม่ประนอมรับรองว่าอร่อย



ส่วนผสม

หอยลายสดตัวใหญ่ 500 กรัม
น้ำพริกเผา 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
กระเทียม (สับละเอียด) 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
นมสด 1 ช้อนโต๊ะ
พริกชี้ฟ้าเหลือง-แดง 2 เม็ด
(หั่นแฉลบ)
ใบโหระพา 1/2 ถ้วยตวง



วิธีทำ

1. ล้างหอยลายให้สะอาด พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ
2. ใส่น้ำมันพืชและกระเทียมสับลงในภาชนะ คนให้เข้ากัน ไม่ปิดฝาภาชนะ นำเข้าเตาไมโครเวฟ ใช้เวลาประมาณ 2–3 นาที ระดับความร้อน HIGH (เปิดคนทุก 2 นาที)
3. ใส่น้ำพริกเผาคนให้เข้ากัน ไม่ปิดฝาภาชนะ นำเข้าเตาไมโครเวฟ ใช้เวลาประมาณ 1 นาที ระดับความร้อน HIGH
4. ใส่หอยลาย น้ำปลา และนมสดคนให้เข้ากัน ปิดฝาภาชนะ นำเข้าเตาไมโครเวฟ ใช้เวลาประมาณ 4 นาที ระดับความร้อน HIGH (เปิดคนทุก 2 นาที) หมดเวลานำออกมาใส่พริกชี้ฟ้าเหลือง-แดง และใส่ใบโหระพาคนให้เข้ากัน ปิดฝาภาชนะ นำเข้าเตาไมโครเวฟ ใช้เวลาประมาณ 30 วินาที ระดับความร้อน HIGH ตักเสิร์ฟร้อนๆ พร้อมข้าวสวย




ที่มา
hilunch

ส่วนผสมหอยทอด

หอยแมลงภู่ 10 – 15 ตัว
ไข่ไก่ 1 ฟอง
แป้งมัน 2 ช้อนโต๊ะ
แป้งข้าวเจ้า 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำปูนใส 1 ช้อนโต๊ะ
กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาล 1/2 ช้อนชา
ซิอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
ถั่วงอก 1/2 ถ้วยตวง
พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา
ต้นหอมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำเปล่า 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืช
ผักชี (สำหรับแต่งอาหาร)
ส่วนผสมน้ำจิ้ม

ซอสพริก 1/4 ถ้วยตวง, น้ำตาล 1/2 ช้อนโต๊ะ
เกลือ 1/4 ช้อนชา, น้ำส้มสายชู 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำหอยทอด

ล้างหอยแมลงภู่ในน้ำสะอาด จากนั้นนำไปลวกในน้ำเดือดจนเกือบสุก จึงนำออกมาสะเด็ดน้ำ แกะเปลือกออกเตรียมไว้
ในชามขนาดกลาง, ผสมแป้งมัน, แป้งข้าวเจ้า, น้ำปูนใสและน้ำเปล่าเข้าด้วยกัน คนจนส่วนผสมทั้งหมดละลายและเข้ากันเป็นเนื้อเดียว
ตั้งน้ำมันในกระทะบนไฟร้อนปานกลาง จากนั้นเทน้ำแป้งลงในกระทะและใส่หอยแมลงภู่ลงไป อย่าคนหรือพยายามกลับหน้าจนกว่าจะเกือบสุก
ใส่ไข่ไก่ลงไปบนแป้งในกระทะ ทอดจนเหลืองกรอบจึงกลับหน้าไปทอดอีกข้าง เมื่อสุกทั่วแล้วจึงปิดไฟ และตักใส่จานเสริฟ
ตั้งน้ำมันในกระทะบนไฟร้อนปานกลาง ใส่กระเทียมและผัดจนหอม จากนั้นจึงใส่ถั่วงอก, ต้นหอม, ซิอิ๊วและน้ำตาลลงไป ผัดจนส่วนผสมเข้ากันและสุกทั่ว จึงตักใส่จานเสริฟ (ข้างหอยทอดที่จัดเตรียมไว้ก่อนแล้วในขั้นตอนที่ 4)
เหยาะพริกไทยลงไปนิดหน่อยและแต่งหน้าด้วยผักชี เสริฟทันทีขณะยังร้อนพร้อมน้ำจิ้มที่เตรียมไว้
วิธีการทำน้ำจิ้ม

ผสมเครื่องปรุงน้ำจิ้มในหม้อเล็กๆ และนำไปตั้งบนไฟอ่อนๆจนเดือด จากนั้นจึงตักใส่ถ้วยน้ำจิ้มเตรียมไว้




บทความจาก : ezythaicooking.com

ส่วนผสม ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่

ก๋วยเตี๋ยวเส้นใหญ่ 1/2 กิโลกรัม
เนื้อไก่หั่น 1/2 ถ้วยตวง
แครอท (จักเป็นเส้นยาวๆ) 1/4 ถ้วยตวง
กะหล่ำ (หั่นเป็นชิ้นพอคำ) 1 ถ้วย
เห็ดฟางผ่าครึ่งดอก 1/2 ถ้วย
ข้าวโพดอ่อน 5–6 ฝัก
ไข่ไก่ 2 ฟอง
กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืช 1/2 ถ้วยตวง
พริกไทยป่น 1 ช้อนชา
พริกดองน้ำส้มเล็กเน้อย
ผักกาดหอม 1 ต้น
วิธีทำ ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่

ตั้งกระทะใส่น้ำมันพอร้อน ใส่กระเทียมสับลงผัดพอเหลืง
ใส่เนื้อไก่ แครอท ข้าวโพดอ่อน ดอกกะหล่ำ พอเนื้อไก่สุกใส่เส้นก๋วยเตี๋ยว ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลทราย ซอสปรุงรส ต่อยไข่ ใส่เคล้ากับเส้น ผัดให้เข้ากัน
พอไข่สุก โรยพริกไทยป่น ตักใส่จานที่รองด้วยผักกาดหอม รับประทานกับน้ำส้มพริกดอง ปรุงรสเพิ่มเติมตามใจชอบ
นอกจากตัวน้ำพริกแกง ที่มีความสำคัญแล้ว ขั้นตอนการปรุง และสัดส่วน ระหว่างน้ำแกงกับผัก ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ในอันที่จะทำให้แกงส้มได้อร่อย เริ่มตั้งแต่ตั้งน้ำในหม้อ ต้องให้น้ำเดือดก่อนถึงใส่พริกแกง (น้ำแกงจะได้หอม) หลังจากใส่น้ำพริกแกง ลงไปแล้วให้ใช้ไฟกลาง ให้น้ำพริกแกงเดือดสักครู่ใหญ่ ถ้ารีบใส่ผักกับเครื่องอื่น ๆ ลงไป จะได้แกงส้มที่มี รสเผ็ดแบบแผด ๆ ไม่กลมกล่อม

หลังจากเคี่ยวน้ำพริกแกงสักครู่แล้ว จึงใส่ผักลงต้มจนผักสุกนุ่ม จึงใส่เนื้อปลาหรือกุ้ง ยกเว้น กรณีแกงส้มผักกระเฉด ให้ใส่ปลาปรุงรส รอจนน้ำเดือด จึงใส่ผักกระเฉดเป็นอันดับสุดท้าย แล้วปิดเตาทันที เพราะผักกระเฉด หากถูกความร้อนนานจะเหนียว ทานไม่อร่อย


แกงส้มปลา ความใช้ปลาที่สดใหม่ ยังไม่แช่เย็น จะได้เนื้อปลาที่นุ่ม อร่อย ไม่ยุ่ย ถ้ากลัวว่าแกงแล้วจะคาว ให้นำปลาหั่นเป็นชิ้นตามต้องการ นำไปลวกครั้งหนึ่งก่อน แล้วค่อยนำไปแกง แต่ถ้าปลาไม่ค่อยสด หรือเป็นปลาแช่เย็น แนะนำให้นำไปทอดก่อน ให้พอเหลือง แล้วค่อยนำมาแกงจะดีกว่า


เคล็ดลับสุดยอด ถ้าอยากได้แกงส้มที่มีน้ำเข้มข้น ให้ผสมเนื้อปลา ลงในน้ำพริกแกงก่อนนำไปแกง มีวิธีการตามนี้นะคะ นำเนื้อปลาที่จะใช้ แบ่งออกมาเล็กน้อย นำไปต้มจนสุก จากนั้นแยกก้างออก นำไปโขลกในครกให้เนื้อปลาแตก จากนั้น ใส่น้ำพริกแกงส้ม ที่เตรียมไว้ลงไปโขลกรวม แล้วจึงนำไปแกง ตามขั้นตอนปรกติ จะได้น้ำแกง ของแกงสัมที่เข้มข้นขึ้น



จากไทยฟู้ด

รวมสาวสวยมากมาย

ข้อมูลนก

ปลาสวยงาม-ตู้ปลาสวยงาม-ข้อมูลปลาทะเล

อาหารสมอง-วาไรตี้

เรื่องขำขัน

สูตรอาหาร-อาหารน่ากิน-ขนมหวานน่าอร่อย

ภาพปริศนา